As usual
เดือนหน้านี้จะเป็นเดือนนรกอย่างมาก เพราะจะต้องประจัญหน้ากับคริสมาสต์ ปีใหม่ สิ้นปีเหมือนสิ้นใจสำหรับที่บริษัท ยุ่งมือไม้ตบคอมพ์กันไม่หวาดไม่ไหว ยังต้องมานั่งรบราฆ่าฟันกับพวก Sale Exec อีก เตรียมวาง Deadlines ให้พวกนั้นเรียบร้อยแล้ว

วันที่ 12 เดือนหน้าบริษัทจัดงานใหญ่ ฉลองคริสมาสต์ ที่โรงแรม รวมตัว 28 สถานี คราวนี้ก็จะได้เจอหน้าพวกดีเจของแต่ละสถานีที่วางฟาดดาบพิฆาตกันในแต่ละวัน ยังไม่รวมพวก Sale Exec อีกหนึ่งกองทัพ วันเช็คบิลโดยแท้ เห็นว่าเมื่อปีที่แล้วเมากันได้ใจ เต้นกันสะบัด บริษัทจัดรถ Coach ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า เป็นวันศุกร์ ดีไม่ต้องทำงาน ฮูเร่ฮ่าฮ่า ขากลับกะให้คุณชายขับรถไปรับ เพราะว่าขี้เกียจกลับพร้อมรถละ แล้วก็ไม่ไกลอะไร ขับรถประมาณ 15 นาทีเอง
เมื่อวันศุกร์แต่ละคนก็เลือกเมนูที่แต่ละคนอยากกินไว้เรียบร้อย เอาไปทิ้งไว้ที่ Reception ยังหวั่นๆว่าเค้าจะจัดเราให้ได้นั่งกับใครหนอ เพราะการจัดที่นั่งและที่เมานั้นจะแบบว่ามิกซ์มั่ว เพื่อความปรองดองกันสำหรับภาพรวมของบริษัท

อาทิตย์หน้าที่แผนกจะรับคนเข้าใหม่อีกหนึ่งคน ในที่สุดเราก็จะไม่ใช่คนใหม่อีกต่อไป ที่แผนกมีกันอยู่ 10 หน่อ แต่ดูๆไว้แล้ว 10 หน่อนี้จะต้องหัวเหอฟูอย่างแน่นอน หัวหน้าแผนกรู้เช่นนั้นจึงไม่รีรอลงโฆษณารับคนเพิ่มอีกหนึ่งคน ไม่ผ่านบริษัทจัดหางาน เพราะที่บริษัทมีฝ่าย HR อยู่แล้ว ตอนที่เราสมัครงานนี้ก็สมัครโดยตรงกับบริษัท เห็นว่ามีคนถูกเรียกไปสัมภาษณ์หลายคน แต่เค้าเอาแค่คนเดียว ตอนที่ได้รับจดหมายว่าได้งานนี่จะกรี๊ดสลบ เพราะวันเดียวกันนั้นก็ได้ข่าวว่าได้อีกหนึ่งงาน แต่อยู่อีกเมืองหนึ่งซึ่งต้องเดินทางนิดหน่อย ต้องนั่งใคร่ครวญอยู่สักพัก (ประมาณ 1 นาที) ว่าเราจะเลือกงานไหน แน่นอนต้องเลือกงานนี้ เพราะใกล้บ้าน และดูท่าแล้วจะรุ่งกว่าในระยะยาว
จำได้ดีว่าอาทิตย์เดียวกันนั้นถูกเรียกไปสัมภาษณ์งานทั้งหมด 5 ที่ ต้องมานั่ง Cancel Appointments ระห่ำมาก

อาทิตย์หน้าจะขับรถไปเอาโทรทัศน์ที่ซื้อไว้ทางอีเบย์ (สำหรับบ้านใหม่) เห็นว่าต้องไปเอาที่ Harrow รอบนอกของลอนดอน ตอนกลับจะแวะไป Windsor Castle กัน คราวนี้จะเข้าไปข้างในละ เมื่อคราวที่แล้วไปแค่เดินเล่นที่ Windsor ไม่ไกลจากเมืองที่อยู่เท่าไหร่ ขับรถก็ประมาณ 25 นาที

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ไปจัดการเซ็นต์เรื่องบ้านเรียบร้อย แต่เค้าขอเวลา 2-3 วันที่จะเช็คว่าเรามีงานทำจริงเปล่า มีปัญญาจ่ายค่าเช่าบ้านจริงไหม แล้วก็ดูว่าเราเคยติดหนี้อะไรไหม คงไม่มีปัญหาอะไรเพราะอะฮั้นเป็นคนเกลียดการเป็นหนี้อย่างที่สุด ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยกล้าเป็นหนี้ จะซิ้อจะทำอะไรก็เป็นเงินสดหมด เครดิตการ์ดยังไม่อยากใช้ แต่ถูกยัดเยียด ตอนเปิด HSBC แต่ก็จะไม่มีทางซื้ออะไรถ้าไม่มีปัญญาจ่าย ส่วนตัวแล้วคิดว่าตัวเองเป็นคนเก็บเงินเก่งใช้ได้ทีเดียว แม้จะออกเดินทางไปเที่ยวที่ไหนๆบ่อยๆ แต่เงินเก็บต้องมาก่อนนะเคอะ ตอนนี้มีเงินเข้าบัญชีอีกแล้ว หลังจากที่ใช้ชีวิตจากเงินที่เก็บสั่งสมไว้ (แล้วแม่ก็ให้มาก้อนหนึ่งอีกอ่ะ) มาเป็นเวลา 1 ปี

เราเป็นคริสเตียน ซื่งช่วงปีที่ผ่านมาก็เริ่มกลับเข้าสู่สารระบบอีกครั้ง หลังจากหายออกไปหลายปีอยู่ แต่มามองดูวันนี้เรารู้สึกว่าพระเจ้าดูแลเราอย่างแท้จริง ไม่เคยขาดอะไร แล้วทุกอย่างก็ทันเวลาเสมอ ทั้งเรื่องงาน เรื่องที่อยู่ หรือเรื่องคนที่เรารัก บางครั้งก็มีเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นที่คิดว่าเราไม่ไหวแล้วนะ แต่พระเจ้าก็ให้กำลังเราที่จะเดินต่อไปเสมอ มาถึงวันนี้ได้ ณ จุดนี้ เรารู้ว่าไม่ใช่เพราะความสามารถของเราเอง ไม่ใช่เพราะดวง แต่เป็นเพราะพระเจ้าที่อยู่เคียงข้างเราเสมอมา นี่เป็นความเชื่อส่วนตัว แต่เราก็ได้เห็นสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราและครอบครัว ทั้งครอบครัวของเราเป็นคริสเตียนที่เมืองไทย

เราเดินจากคนๆนั้นที่เราเคยรักมาเป็นเวลาก็เกือบหนึ่งปีแล้ว เราคบกับคนนี้ก็เป็นเวลาเกือบครึ่งปีแล้ว คนที่เรารู้ว่าเหมาะกับเราที่สุด คนที่เป็นเวลาครึ่งปีนี้เสมอต้นเสมอปลายที่สุด คนที่ขี้อายที่สุดตั้งแต่เราเคยพบเห็นมา นังเรนคงเห็นด้วย คนที่มีความเชื่อเดียวกันกับเรา คนที่มองอดีตเปรียบเหมือนแค่บทเรียน แต่มองที่วันนี้และมองออกไปที่อนาคตมากกว่าสิ่งใด คนที่ตามใจเรามาก (ตูแย่ว่ะ) คนที่อ่อนน้อมกับผู้ใหญ่ที่สุด ได้รับของขวัญจากที่โบสถ์เพราะไม่ว่างานไหนๆ ตั้งแต่ล้างจานยันต้อนรับ เค้าจะอยู่ที่นั่น คนที่ชอบช่วยเหลือคน บางครั้งก็เชื่อคนง่ายจนเกินไป ช่วยจนเราบอกเพลาๆลงบ้างก็ดี แต่ไม่เคยเห็นใครที่จะเป็นคนดีได้เท่านี้ อายุเท่าๆกับเรา แต่เราแก่เดือนกว่าซะเกือบปี อิอิ เค้าเป็นลูกคนเดียว แต่ทำไมชั้นถึงเป็นคนเอาแต่ใจ แต่เค้ากลับไม่เป็น พ่อแม่เค้าน่ารักมากๆ คอยช่วยเหลือตลอดตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ
บางครั้งอะไรหลายๆอย่างที่เกิดขี้นเราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่วันนี้มองย้อนกลับไปดู ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกๆการตัดสินใจ ทุกอย่าง บอกได้เลยว่าเราคิดไม่ผิดเลย และวันนี้เรามีความสุขที่สุด จริงๆ.......รู้สึกเป็นอิสระ ทั้งๆที่มีคนๆนี้ข้างๆ
ขอบคุณพระเจ้าที่ส่ง Jonathan เข้ามาในชีวิต ทั้งๆที่ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะมีใครอีกต่อไป คนเก่าก็พยายามติดต่อมาขอคืนดี การตัดสินใจในครั้งนั้นไม่ผิดพลาดเลย
ส่วนเรื่องรูปเค้าอย่าคิดฝันว่าจะได้เห็น ขี้อาย และเกลียดการถูกถ่ายรูปเป็นที่สุด

วันนี้เอารูปที่ไป Oxford มาฝาก ไปมาหลายรอบจนไม่รู้รูปไหนเป็นรูปไหนแล้ว เราใช้วิธี Park and ride กัน คือขับรถไปจอดไว้ที่นอกเมืองนิดนึง แล้วจากที่นั่นเค้าจะจัดเตรียมรถบัสเข้าเมืองไว้ให้ ซึ่งสะดวกมากๆ จ่ายแค่ค่ารถบัส ซึ่งถูกสุดๆ ใช้เวลาแค่ 10 นาทีก็ถึงละ
ถ้าไป Oxford ส่วนมากก็ไปเดินช็อป แล้วก็ไปทานอาหาร ครั้งนึงไปนั่งเล่นที่่ Christ Church ซึ่งเป็นที่ถ่ายทำเรื่อง Harry Potter น่ะแหล่ะ
ชอบเมืองนี้มากๆ เพราะสวย และชอบไปร้านหนังสือของเมืองนี้ เพราะเยอะเหลือเกิน คนเก่งๆเดินกันให้ว่อน เราแบบสวมรอยอ่ะ
ไปก่อนวันนี้ เดี๋ยวไปหาซื้อกระเป๋า Radley ต่อ ตอนนี้บ้ามาก สะสม ไล่ซื้อ ไว้คราวหน้าเอามาลง น่ารัก











